บทที่ 3 เสี่ยวจิ่ว

เสี่ยวจิ่วสลัดเรื่องความฝันเมื่อครู่ของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวไปทำภารกิจที่ได้รับมาเมื่อวานนี้จากองค์กร

คนที่เธอต้องไปจัดการลงมือปลิดชีพในครั้งนี้ เป็นถึงนายตำรวจใหญ่ ที่เข้ามายุ่งวุ่นวายเรื่องคดีความของนักการเมือง เธอรู้ข้อมูลมาว่าเขาเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่ง แต่มีความสามารถไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย

“น่าเสียดาย” เธอโยนเอกสารประวัติในมือทิ้งไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปจัดเตรียมเครื่องมือที่ใช้ปลิดชีพเขาในครั้งนี้

ความเห็นใจมีเพียงให้หน่อยนิดเท่านั้นสำหรับเธอ คนที่เสี่ยวจิ่วฆ่ามาไม่น้อยกว่าร้อยชีวิตแล้ว เธอจะมาเห็นใจเขามากมายได้อย่างไร สายตาของเสี่ยวจิ่วมีแต่ความเฉยชาเช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่มองคนอื่นเป็นเพียงมดปลวก

ตั้งแต่ที่จำความได้ เธอก็ถูกฝึกมาอย่างหนัก ความรู้สึกที่ได้เล่นสนุกเช่นเด็กในวัยเดียวกัน เธอลืมไปนานแล้ว

งานเล็กที่เธอได้รับให้ฆ่าคน ตั้งแต่เมื่อสิบขวบเห็นจะได้ เธอยังจำความรู้สึกจับมีดสั้นพุ่งเข้าไปฆ่าคนได้ดี หากเธอไม่ฆ่าเขา ก็ต้องเป็นเธอที่ตายในวันนั้น

ทางองค์กรปล่อยให้เด็กที่ถูกฝึกมาด้วยกันสังหารกันอย่างเลือดเย็น แล้วเหลือผู้รอดชีวิตไว้เพียงห้าคนเท่านั้นจากสามสิบกว่าคน เพื่อต้องการคัดเลือกคนที่แข็งแกร่งที่สุดไว้ใช้งาน

หลังจากการทดสอบจบสิ้นลง เสี่ยวจิ่วต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บนานถึงสามเดือน หมอขององค์กรที่รักษาเธอ ในตอนแรกเขายังไม่เชื่อว่าเธอจะรอดมาได้ แต่อาจจะเป็นเพราะใจที่ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา ทำให้เธออยู่รอดมาจนทุกวันนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือให้องค์กรใช้งาน

ไม่ใช่ว่าเธออยากจะเป็นนักฆ่า แต่เพราะไม่มีหนทางให้ถอยหนีต่างหาก ภายในร่างกายเธอถูกฝังชิปติดตาม และระเบิดเวลาที่ติดตั้งจากองค์กรอีกด้วย

เรื่องนี้เธอรู้ตอนอายุได้สิบสอง เมื่อหนึ่งในเด็กฝึกต้องการที่จะหนีออกจากองค์กร เพื่อไปแจ้งความให้เขามาช่วยเหลือคนที่เหลือด้านใน เธอเห็นเพื่อนของเธอถูกองค์กรพากลับตัวมา ก่อนจะซ้อมเสียเกือบตาย

แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคงเป็นตอนที่องค์กรกดปุ่มชิปที่ฝังอยู่ในร่างกายให้ทำงาน แรงระเบิดด้านในที่ถูกฝังไว้ ทำให้ร่างกายของเพื่อนเธอแหลกเหลวจนไม่เหลือสิ่งใดเป็นชิ้น

“ผู้ที่ทรยศต่อองค์กร นี่คือสิ่งที่ผู้ถูกเลือกต้องพบเจอ” เสี่ยวจิ่วมองกองเลือดด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเดินตามกลุ่มคนกลับเข้าไปฝึกเช่นเดิม

เสี่ยวจิ่วแบกกระเป๋าใบโตที่ด้านในมีปืนพกขนาดต่างๆ ทั้งยังมีดสั้นที่เก็บไว้ที่สายรัดที่ขาอ่อน ข้อเท้า หรือแม้แต่ในร่มผ้าก็ยังมีอาวุธลับ เพื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินมากมาย

“ฉันไม่ต้องไปด้วยใช่ไหม” เสี่ยวซานกัดผลไม้ในมือ แล้วมองเพื่อนสาวของเธออย่างกังวล

เธอไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยเตือนเสี่ยวจิ่วหรือไม่ เพราะเมื่อเธอฝันไม่ค่อยจะดีนัก แต่ก็พอจะรู้นิสัยของเพื่อนสาวที่ไม่ค่อยจะเชื่อในเรื่องพวกนี้เท่าไหร่

“เตรียมมื้อใหญ่รอฉันก็พอ” เสี่ยวจิ่วยกยิ้มที่มุมปากเช่นทุกที ก่อนจะโบกมือแล้วเดินหายออกไปจากห้องพัก

“เธอต้องกลับมากินอาหารฝีมือฉันด้วยนะ” เสี่ยวซานวิ่งตามออกมาร้องตะโกนบอก แต่เธอก็ได้ตอบรับเป็นเพียงรอยยิ้มบางๆ เช่นทุกทีกลับมา

ค่าตอบแทนสำหรับงานที่เสี่ยวจิ่วทำ ในแต่ละครั้งไม่น้อยเลย เธอสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงปักกิ่งได้ แต่เธอก็ไม่ทำ เงินที่ได้มาทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นทองแท่งแล้วเก็บไว้ภายในตู้เซฟที่ห้องพักของเธอ

ถึงจะมีวันหยุดให้ได้ไปเที่ยวเล่นบ้าง แต่เสี่ยวจิ่วก็ไม่ค่อยได้เดินทางไปเที่ยวเล่นเช่นเพื่อนคนอื่น เธอเก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักที่ทางองค์กรจัดเตรียมไว้ให้

ด้านในมีทุกสิ่งโดยที่เธอไม่ต้องไปแสวงหาจากด้านนอก ไม่ว่าจะเป็นห้องออกกำลังกาย ห้องครัวที่ครบครัน หรือแม้แต่ห้องหนังสือ เธอเลือกให้ทางองค์กรทำห้องหนังสือ มากกว่าที่จะเลือกห้องคาราโอเกะเช่นเสี่ยวซานเพื่อนของเธอ

ถึงแม้ในตอนนี้จะมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถค้นหาข้อมูลที่เธออยากรู้ได้มากมายแล้ว แต่เสี่ยวจิ่วก็ยังคิดว่าการอ่านหนังสือ ช่วยให้ใจของเธอสงบมากกว่าอยู่ดี

ยิ่งห้องคลังอาวุธของเธอยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากจะบอกว่าขาดสิ่งใดก็คงเป็นเพียงรถถังเท่านั้น ที่ไม่มีอยู่ด้านใน

เสี่ยวจิ่วขับรถหรูคันงามของเธอไปที่ตึกสรรพสินค้าฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมใจกลางกรุงปักกิ่ง ที่วันนี้จะมีการจัดงานแถลงข่าวเรื่องของนักการเมืองที่พัวพันกับเครือข่ายมาเฟียกลุ่มใหญ่ของประเทศ

เธอมาถึงก่อนเวลาจึงพอที่จะจัดเตรียมการสถานที่และสำรวจตำแหน่งที่เป้าหมายของเธอยืนแถลงข่าว

เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงต่อมา เป้าหมายของเธอก็มาถึงหน้าโรงแรม จากมุมที่เธออยู่สามารถเห็นการเคลื่อนไหวต่างๆ ของเขาได้อย่างชัดเจน

เสี่ยวจิ่วยกปืนคู่ใจขึ้นประทับบ่า ก่อนจะเล็งไปที่เป้าหมาย เพื่อติดตามเขาไม่ให้คาดสายตา เธอรอจังหวะอย่างใจเย็น นิ้วมือของเธอแตะที่ไกปืนอย่างแผ่วเบา

จากกล้องที่ติดอยู่ที่กระบอกปืนทำให้เห็นใบหน้าของตำรวจหนุ่มอย่างชัดเจน

“จุ๊ๆ น่าเสียดาย” เธอพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา เมื่อใบหน้าของตำรวจหนุ่มรูปงามไม่ใช่น้อย เสียดายที่เข้ามาวุ่นวายกับคดีนี้

ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ว่าถูกเพ่งเล็งจึงได้หันมามองทางที่เสี่ยวจิ่วเธอซ่อนตัวอยู่ สายตาของเขาทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย คิดว่าถูกพบตัวเข้าเสียแล้ว

นิ้วมือที่วางอยู่ที่ไกปืน ถูกเหนี่ยวออกไปโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ ฟิ้ว!!!พลาด...ไปเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

แต่สำหรับเสี่ยวจิ่วแล้ว ครั้งนี้เรียกได้ว่า ฉิบหาย ได้เลย เธอรีบเล็งเป้าหมายอีกครั้ง ก่อนจะลั่นไกติดๆ กันสามนัด แต่เพราะเป้าหมายรู้ตัวเสียแล้ว จึงไม่ได้ง่ายเช่นนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป